ลิเวอร์พูลยัน!ฟานไดค์ต้องผ่าเข่า-ไม่รู้กำหนดคืนสนาม

แถลงการ์ ลิเวอร์พูล ยืนยัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการเหล็กเลือดดัตช์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการพักฟื้นยังไม่สามารถบ่งชี้ว่าจะนานแค่ไหน

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง จะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากนักเตะได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แมตช์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เข้าเสียบอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่เกมเพิ่งจะผ่านไปแค่ 6 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนตัวออก และจากผลการสแกนระบุว่าเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์จาก "หงส์แดง" ระบุข่าวร้ายว่า ฟาน ไดค์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดแน่นอน ส่วนระยะเวลาในการฟื้นตัวยังไม่มีการบ่งชี้แน่ชัด "หลังจากการผ่าตัด ฟาน ไดค์ จะเริ่มเข้ารับสู่โปรแกรมการฟื้นฟูร่างกายกับทีมแพทย์ของสโมสรเพื่อที่เขาจะกลับมามีสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

ทั้งนี้ระยะเวลาในการพักฟื้นร่างกายจนกระทั่งกลับมาลงสนามยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน แต่ ลิเวอร์พูล คาดหวังว่า ฟาน ไดค์ ซึ่งมีสภาพความฟิตและจิตใจที่แข็งแกร่ง จะสามารถกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วที่สุด

โรนัลโด้ติดโควิดอาจสะเทือนถึงหัวใจแมนยู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ติดโควิดสะเทือนมาถึง พรีเมียร์ลีก เหตุอาจทำให้สตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องอดลงเล่น ขณะที่ วูล์ฟส์ ลุ้นหนักมีไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสถึง 5 คน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่ง ถึง 4 นัดหากต้องใช้เวลากักตัวเอง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    กองหน้าซูเปอร์สตาร์จาก ยูเวนตุส ต้องกักตัวเองส่งผลให้จะอดลงช่วยทีมชาติโปรตุเกส ลงเตะกับ สวีเดน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3 ลีก เอ วันพุธที่ 14 ต.ค. นี้ หลังจากที่เพิ่งเล่นให้ทัพฝอยทองในเกมบุกไปเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    แม้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมชาติโปรตุเกส จะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ แต่ อา โบล่า สื่อแดนฝอยทอง รายงานว่า ตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ คนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเตะทีมชาติโปรตุเกส จะได้รับการยกเว้นหรือไม่

    หาก บรูโน่ ต้องใช้เวลากักตัวเองก็จะส่งผลให้พลาดลงช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (แชมเปี้ยนส์ ลีก), เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก (แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    นอกจาก บรูโน่ แล้วนั้น ยังมีนักเตะใน พรีเมียร์ลีก อีกหลายรายที่ติดทีมชาติโปรตุเกส และมีความใกล้ชิดกับ โรนัลโด้ โดยเฉพาะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่มีถึง 5 คน (รุย ปาทริซิโอ, เนลซอน เซเมโด้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ และ แดเนียล โพเดนซ์), แมนฯ ซิตี้ 3 คน (ชูเอา กันเซโล่, รูเบน ดิอาส และ แบร์นาโด้ ซิลวา) และ ลิเวอร์พูล 1 คน (ดิโอโก้ โชต้า)

รอดไม่รอด? เอฟเอยันแล้วลงดาบย้อนหลังพิคฟอร์ดหรือไม่

จอร์แดน พิคฟอร์ด นายด่านเอฟเวอร์ตัน จะไม่โดนตัดสินลงโทษแบนย้อนหลัง จากเหตุการณ์เสียบสกัดใส่ เฟอร์จิล ฟานไดค์ อย่างรุนแรงจนทำให้แนวรับชาวดัตช์เจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ไหว ในเกมเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์
   
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ประกาศยืนยันว่าจะไม่ตัดสินลงโทษแบนย้อนหลัง จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษของ เอฟเวอร์ตัน จากเหตุการณ์เสียบสกัดใส่ เฟอร์จิล ฟานไดค์ อย่างรุนแรงจนทำให้แนวรับชาวดัตช์เจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ไหว ในเกมเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว พิคฟอร์ด เข้าเสียบสกัดใส่ ฟานไดค์ อย่างรุนแรงในเขตโทษหลังจากเกมผ่านไปเพียง 6 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้แนวรับชาวดัตช์ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ในนาทีที่ 11 และจากผลการสแกนระบุว่าเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าได้รับความเสียหายจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งคาดว่าต้องพลาดลงสนามหลายเดือน

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้นายด่านวัย 26 ปี กลับไม่โดนลงโทษจากผู้ตัดสิน เนื่องจากวีเออาร์ดูภาพย้อนหลังแสดงให้เห็นว่า ฟานไดค์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อน รวมถึงการเข้าปะทะของ พิคฟอร์ด ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องเป็นใบแดง

ก่อนที่ล่าสุดมีการยืนยันออกมาแล้วว่า พิคฟอร์ด จะไม่โดนลงโทษตัดสินแบนย้อนหลังจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากผ่านการตรวจสอบจากทีมงานวีเออาร์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฏของเอฟเอที่ระบุไว้ว่าจะมีการพิจารณาการลงโทษย้อนหลังสำหรับเหตุการณ์ที่ผู้ตัดสินในสนาม หรือผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ไม่เห็นเหตุการณ์เท่านั้น

 

อยู่ต่อหรือย้าย?สื่อเผยอนาคตตราโอเร่กับวูล์ฟส์

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึ้กของ วูล์ฟส์ ใกล้ที่จะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2024 โดยเขาจะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกคนเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงต่อสัญญากับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

ตราโอเร่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ วูล์ฟส์ มาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรปในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุดตามไปด้วย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลน่า เป็นต้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหน

ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่าสัญญาฉบับใหม่ของ ตราโอเร่ จะมีระยะเวลา 4 ปี ทำให้จากเดิมที่เหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ก็จะยืดไปเป็นจนถึงปี 2024 และเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจนทำให้ได้เงินถึงสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท)

 

ปืนสะดุ้ง!เป๊ปแย้มอเกวโร่ฟิตทันฉะอาร์เซน่อล

แนวรับ อาร์เซน่อล มีหนาว… ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แย้มเอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงเลือด "ฟ้า-ขาว" มีแววฟิตทันช่วยทีมในเกมดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" คืนวันนี้ หลังพักแข้งมานานหลายเดือน
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนจะรอเช็คความฟิตของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่า จะใส่ชื่อ "เอล กุน" อยู่ในทีมหรือไม่ สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ดวลกับ อาร์เซน่อล คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 

อเกวโร่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ทว่าเจ้าตัวกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นสัปดาห์แล้ว และล่าสุด กวาร์ดิโอล่า แย้มว่า มีโอกาสทีเดียวที่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี จะฟิตทันเกมเจอกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

"วันพรุ่งนี้ เราจะมีการซ้อมช่วงเช้า และหลังจากนั้นก็จะตัดสินใจได้ว่า เขาฟิตหรือไม่ เขาซ้อมได้ดีมากๆ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้เล่นมานาน 3 หรือ 4 เดือนแล้ว ยังไงก็รอดูกันอีกทีแล้วกัน" กุนซือเลือดกระทิงดุวัย 49 ปี กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนเก่ง จะไม่ได้ช่วยทีมแน่นอน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียม เกมเจอกับ อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อัดอั้นมานาน!ชไนเดอร์ลินจวกฟานกัลยับเยิน

หลังจากกลั้นความรู้สึกมานานหลายปี ล่าสุด มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ก็ออกมาจวก หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือที่ร่วมงานกันตอนอยู่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบยับเยิน โดยบอกว่าอีกฝ่ายจำกัดกรอบการเล่นมากเกินไปจนทำให้นักเตะไม่มีอิสระในการเล่น แถมยังเข้มงวดเกินกว่าเหตุ พร้อมรับ ตอนนั้นน่าจะไปอยู่กับ สเปอร์ส น่าจะเหมาะกว่า
   
มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน มิดฟิลด์ นีซ สโมสรในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ตำหนิ หลุยส์ ฟาน กัล ว่าทำทีมโดยที่ใช้มาตรการเข้มงวดกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป อย่างเช่นการจำกัดรูปแบบการเล่น จนส่งผลให้ตนกับคนอื่นๆ ในทีมไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ตามไปด้วย

ตอนช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 ชไนเดอร์ลิน ตกเป็นข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นต้น หลังจากช่วงนั้นเขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะเลือก "ปีศาจแดง" แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับที่นั่นได้จนโดนปล่อยไปให้ เอฟเวอร์ตัน ในเดือนมกราคม ปี 2017

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังว่า "เราโดนสั่งว่า -เมื่อไหร่ก็ตามที่แกได้จับบอลน่ะ แกต้องทำอย่างนี้นะ- ทั้งที่ผมควรจะได้เล่นด้วยความกล้าของผมเหมือนอย่างที่ทำได้ตอนเล่นให้ (เมาริซิโอ) โปเช็ตติโน่ และ (โรนัลด์) คูมัน (ชไนเดอร์ลิน เคยร่วมงานกับทั้งคู่ที่ เซาธ์แฮมป์ตัน) สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของนักฟุตบอลก็คือเมื่อมันเกิดเวลาที่คุณคิดมากเกินไป ผมเริ่มคิดว่า -อา ผู้จัดการทีมอยากให้ฉันทำอย่างนี้- ซั่งนั่นทำให้คุณเสียสัญชาตญาณของตัวเอง คุณจะเริ่มถูกบีบให้ต้องทำบางอย่างจนสุดท้ายก็จ่ายพลาด, เข้าสกัดช้าเกินไป ฯลฯ มันทำให้ความมั่นใจของคุณหายไป"

"มันทำให้ผมมีทั้งเกมที่เล่นได้ดีมากๆ แล้วก็เกมที่เล่นได้ห่วยแตกสุดๆ ตอนนั้นผมไม่มีความมั่นใจมากนัก ผมถึงขั้นเริ่มบ่นกับภรรยาของผมด้วยซ้ำ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถเล่นอย่างมีอิสระที่ ยูไนเต็ด ได้ ไอ้เรื่องความกดดันจากสถานะของสโมสรน่ะมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมเลย ผมชอบรับมือกับความกดดันอยู่แล้ว ผมอยากเจอกับความกดดันและอยากมีอะดรีนาลีนที่ดี ส่วนแฟนบอลก็ปฏิบัติกับผมดีมากๆ ตอนที่เจอกันบนท้องถนน"

"ปัญหามันมาจากตัวผมเอง เพราะผมรู้ว่าผมสามารถทำหลายอย่างให้กับทีมได้ แต่กลับทำไม่สำเร็จเพราะผมรู้สึกว่าตัวเองโดนจำกัดให้อยู่ในกรอบมากเกินไป ตอนนี้ผมอาจจะไม่ได้รู้สึกโมโหมากนัก แต่สมัยนั้นผมโกรธสุดๆ คุณไม่สามารถกินข้าวได้เลยจนกว่าผู้จัดการทีมจะอนุญาตให้คุณทำอย่างนั้นได้ จริงอยู่ว่าแนวทางแบบนี้มันได้ผลดีกับนักเตะทีอายุ 19 และ 20 ปี แต่ไม่ใช่กับนักเตะที่อายุเยอะกว่านั้น แน่นอนว่า ฟาน กัล พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นกุนซือชั้นยอด แต่ผมไม่คิดว่าเราควรจะต้องมีไอเดียแบบนั้นในตอนนั้น"

ชไนเดอร์ลิน ยอมรับด้วยว่าที่จริงตอนนั้นตนน่าจะย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส ดีกว่า โดยตอนนั้น โปเช็ตติโน่ ที่เคยร่วมงานกับเขาที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เป็นกุนซือของ "ไก่เดือยทอง" อยู่พอดีด้วย "มี 2 ทีมที่ติดต่อหาเอเยนต์ของผม แต่พอ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัวคุณแล้วน่ะ คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นหรอก เพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เรอัล มาดริด คือ 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก คุณไม่สามารถปฏิเสธ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ แต่ถ้าผมทำตามหัวใจของตัวเองแล้วล่ะก็ ผมก็น่าจะเซ็นสัญญากับ สเปอร์ส ดีกว่า"

"ผมรู้จักผู้จัดการทีม (โปเช็ตติโน่) เป็นอย่างดี ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากผม และรู้ว่าสไตล์การนำซ้อมของเขาเป็นยังไง เขาติดต่อมาขอให้ผมไปเล่นที่ สเปอร์ส เขาอยากได้ผมไปร่วมทีมแบบจริงจังระดับ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม จริงอยู่ว่าเขา (ฟาน กัล) อยากได้ผมเหมือนกัน แต่เราแค่คุยทางโทรศัพท์กันนิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าผมเซ็นสัญญาเพื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะสโมสรฟุตบอลมากกว่าการเซ็นสัญญาเพื่อผู้จัดการทีม"

 

ไม่เหลือหลังแล้ว?เผยภาพ “มาติป” เข้าโรงหมอสแกนเจ็บ

สื่อดังรายงาน โฌแอล มาติป กองหลังลิเวอร์พูล เข้ารับการตรวจหาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้้ต้องลุ้นว่านักเตะจะฟิตทันช่วยทีมในแมตช์ดวล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หรือไม่
   
โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กชาวแคเมอรูนของ ลิเวอร์พูล ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บหลังจบเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์เสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่สนามกูดิสัน พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังในประเทศอังกฤษ

"หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติเกมรับอย่างหนักเมื่อพวกเขาจะไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในแผงแบ็กโฟร์เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวเข่าหลังจากได้รับบาดเจ็บหนักในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือนเลยทีเดียว

กรณีของ ฟาน ไดค์ ยังไม่ทันหาย ลิเวอร์พูล ต้องมาเจอความเซ็งเข้ามาแทรกอีกเมื่อ มาติป ซึ่งเพิ่งจะกลับลงสนามในเกมล่าสุด ก็มีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีคลิปวีดิโอว่อนไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า กองหลังวัย 29 ปี เข้าไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังจบแมตช์กับเพื่อนบ้านสุดที่รัก ซึ่ง ฟาน ไดค์ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็เข้ารับการสแกนที่นั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม "เดอะ ไทม์ส" รายงานว่า มาติป เข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" น่าจะสบายใจอยู่ได้บ้างเนื่องจากทีมแพทย์ระบุว่าไม่พบปัญหาบาดเจ็บที่รุนแรงอะไร แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะตัดสินใจเสี่ยงส่ง มาติป ลงสนามในเกมพบ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่

ทั้งนี้หาก มาติป ไม่สามารถลงสนามได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ฟาบินโญ่ จะถูกเลือกให้ลงมาทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็นคู่กับ โจ โกเมซ แต่ คล็อปป์ ยังมีทางเลือกอื่นด้วยการส่ง นาธานเนี่ยล ฟิลลิปส์, ไรส์ วิลเลี่ยมส์, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ บิลลี่ คูเมติโอ ลงสนามก็เป็นได้

 

ปาร์เตย์ลุ้นเดบิวต์? คาดการณ์ 11 ตัวจริงบิ๊กแมตช์แมนซิตี้ปะทะอาร์เซน่อล

คืนนี้พรีเมียร์ลีกมีบิ๊กแมตช์น่าสนใจที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แน่นอนว่าทั้งสองกุนซือเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องมาก่อน งานนี้ทำให้เพิ่มดีกรีความันส์ แต่ทั้งสองกุนซือจะจัดทัพอย่างไร เราลองมาคาดเดากัน
แมนฯ ซิตี้ (4-3-3)

ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน โมราเอส

    แน่นอนว่าผู้รักษาประตูยังคงใช้มือหนึ่ง เอแดร์ซอน ต่อไป แต่เจ้าของรางวัลถุงมือทองคำฤดูกาลที่แล้วยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยหลังจากผ่านมา 3 นัด

แนวรับ: ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้

    แผงหลังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่แล้ว โดยเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่อย่าง รูเบน ดิอาส จะออกสตาร์ทตัวจริงนัดที่สองในลีกยืนคู่กับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขณะที่แบ็กทั้งสองข้าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ยังลงสนามต่อเช่นเคย แม้รายหลังจะอยู่ในฟอร์มแย่ก็ตาม

กองกลาง: อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น

    “เรือใบสีฟ้า” เจอปัญหาใหญ่เมื่อจอมทัพของทีมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บจากเกมทีมชาติทำให้ อิลคาย กุนโดกัน จะรับหน้าที่คุมแดนกลางแทน โดยมี โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น ยึดตัวจริงต่อเนื่องจากนัดที่แล้ว

แนวรุก: แบร์นาโด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ

    อีกหนึ่งปัญหาของทีมในตอนนี้คือไม่มีกองหน้าธรรมชาติเหลืออยู่แล้วเนื่องจาก กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งคู่แม้ในรายหลัง เป๊ป จะให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่ามีลุ้นฟิตกลับมาทันแต่เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่ออกสตาร์ทตัวจริง ทำให้ เป๊ป ต้องใช้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนหัวหอกเหมือนกับนัดที่แล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บติดมาจากทีมชาติก็ตาม

    ส่วนริมเส้น เป๊ป มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ แบร์นาโด้ ซิลวา และ ริยาด มาห์เรซ  อาจได้ออกสตาร์ทตัวจริง แต่ในรายของ เฟร์ราน ตอร์เรส ก็มีลุ้นเช่นกัน

อาเดรียน ยังเฝ้าเสา !? คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล เยือน เอฟเวอร์ตัน

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกหวาดหวั่นใจกันพอสมควรเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ประกาศชัดเจนว่าพร้อมให้โอกาส อาเดรียน ทำหน้าที่เฝ้าเสาในช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะแมตช์ต่อไปของพวกเขาต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จ่าฝูงลีกในเวลานี้
    ฟอร์มการเล่นของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ โดดเด่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่เหนียวแน่น และเกมรุกที่ดุดัน โดยเฉพาะผลงานของ ฮาเมส โรดริเกซ ที่สวมบทเพลย์เมกเกอร์ช่วยสร้างมิติที่แตกต่างในเกมของ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก

    ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ "อันเช่" สามารถปรับจูนฟอร์มของทีม จนพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อลงสนาม 4 แมตช์ในลีก และคว้าชัยแบบเรียบวุธ ส่งผลให้ทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ ลิเวอร์พูล มีอาการเครื่องสะดุดจากเกมที่โดน แอสตัน วิลล่า สอนเชิงด้วยสกอร์ 2-7

    ปัญหาของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้ก็คือเกมรับที่ค่อนข้างหละหลวมโดยในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คล็อปป์ จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ไขเป็นการด่วน เพราะหากทีมต้องเจอกับแนวรุกที่ดุดันของคู่รักคู่แค้นร่วมเมือง มีสิทธิ์ได้น้ำตาตกอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล อุ่นใจได้บ้างนั่นก็คือสถิติในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก เอฟเวอร์ตัน ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้เลยในเกมดาร์บี้แมตช์นับตั้งแต่เมื่อปี 2010 ซึ่งก็ผ่านมา 1 ทศวรรษแล้ว โดยล่าสุดทีมของคล็อปป์ ออกไปเสมอ 0-0 ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    กระนั้นในแมตช์นี้สถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะไม่เอื้ออำนวยให้ "หงส์แดง" ไล่บี้ เอฟเวอร์ตัน ได้ง่ายๆ เพราะทีมชุดนี้จำเป็นต้องใช้ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เป็นนายด่านปราการสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายไม่น้อย เพราะยังหลอนกับฟอร์มสุดบรรเจิดในเกมแพ้ยับ วิลล่า

    ขณะที่แผงแบ็กโฟร์แน่นอนว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังคงไว้วางใจ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงทำหน้าที่แบ็กขวา-ซ้าย ตามลำดับ ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นหัวใจหลักในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม

    ส่วนคู่ขาของ ฟาน ไดค์ มีโอกาสสูงที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม จะเลือก โจ โกเมซ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็น ถ้าหาก คล็อปป์ อยากได้กองหลังที่สามารถทำหน้าที่เติมเกมในแดนกลางได้

    หากในกรณีที่ โกเมซ ได้ลงเล่นตัวจริง ฟาบินโญ่ น่าจะได้ลงคุมเกมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์หลังจากที่หายจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว    

     ในส่วนของแนวรุกแน่นอนว่า คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้ 3 ประสานที่ไว้วางใจได้ลงเล่นพร้อมกัน โดย ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งหายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จะได้กลับมาประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง หลังจากพลาดช่วยทีมในแมตช์เยือน วิลล่า ส่วนคู่ขาของเขาก็ยังคงเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมือนเดิม

    สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ที่อาจจะถูกนำมาใช้งานเพื่อปรับเปลี่ยนแท็คติกระหว่างเกม โดยมีทั้ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ ดีโอโก้ โชต้า รวมไปถึง ทาคุมิ มินามิโนะ เช่นเดียวกับ โฌแอล มาติป ที่ตอนนี้หายเจ็บแล้ว และกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้อีกครั้ง

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ผู้รักษาประตู : อาเดรียน

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ทางการ!มหาเทพเวลเบ็คได้สังกัดใหม่ในพรีเมียร์ฯ

แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ได้สังกัดใหม่ใน พรีเมียร์ลีก แล้ว หลังเพิ่งแยกทางกับ วัตฟอร์ด ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเข้าถิ่น เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานี้นักเตะไร้สังกัดยังสามารถหาทีมใหม่ได้หลังปิดตลาดนักเตะไปแล้ว และหัวหอกวัย 29 ปี ก็ตกลงเซ็นสัญญากับ "เจ้านกนางนวล" เป็นเวลา 1 ปี หลังเพิ่งยกเลิกสัญญากับ วัตฟอร์ด สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายในช่วงต้นเดือนต.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เวลเบ็ค เคยอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2008-2014 แล้วย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ก่อนไปอยู่กับ วัตฟอร์ด เมื่อปี 2019 โดยลงเล่นให้ "แตนอาละวาด" ใน พรีเมียร์ลีก 18 นัด ทำได้ 2 ประตู

ขณะที่ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน เผยว่า "พวกเราดีใจมากที่ แดนนี่ ย้ายมาร่วมทีม เขาจะเป็นทางเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่เราขาดหายไป เขามีเกียรติประวัติอย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งมีความเร็ว และเทคนิคที่ดีมากๆ เขาจะช่วยเพิ่มความอันตรายในแนวรุกของเรา เราตื่นเต้นที่ได้นักเตะอีกรายที่มีทั้งประสบการณ์และคุณภาพ"